แบ่งปัน

 

“แค่เปลี่ยนวิธีคิดชีวิตก็เปลี่ยน” วลีเด็ดนี้คงไม่เกินจริงนักเมื่อเกษตรกร อ.ครบุรี จ.นครราชสีมา ได้พิสูจน์โดยการพลิกไร่มันสำปะหลังมาปลูกทุเรียน เงาะ ลองกอง และมังคุด จนประสบความสำเร็จเกินคาด รสชาติอร่อยคุณภาพเยี่ยม ที่สำคัญยังให้ผลผลิตเยอะ และสามารถเร่งทุเรียนให้ออกผลนอกฤดูได้เป็นผลสำเร็จจนลูกค้าต้องจองซื้อข้ามปี สร้างรายได้เป็นกอบเป็นกำ พร้อมเปิดให้เป็นแหล่งเรียนรู้แห่งใหม่ ปัจจุบัน อ.ครบุรี ปลูกทุเรียนกว่า 171 ไร่ ผลผลิตปีละกว่า 4.2 พันตัน ยังไม่เพียงพอต่อความต้องการของตลาด

ทุกวันนี้สวนทุเรียนที่ใหญ่ที่สุดใน อ.ครบุรี จ.นครราชสีมา คงจะเป็นที่ไหนไม่ได้นอกจาก สวนทุเรียน “สอนสวัสดิ์” ของนายอนันต์ ช่องป่า หรือพี่พิณ อายุ 58 ปีผู้ใหญ่บ้านบ้านโป่งสนวน ม.7 ต.ลำเพียก อ.ครบุรี จ.นครราชสีมา

-advertisement-

 

image-7

 

นายอนันต์เล่าว่า สวนทุเรียนแห่งนี้เป็นความภูมิใจของพี่น้อง 3 ครอบครัวที่ได้ตัดสินใจพลิกพื้นดินที่เคยปลูกมันสำปะหลังมาหลายสิบปีมาเป็นสวนผลไม้เมื่อ 10 ปีที่แล้ว โดยพืชที่ปลูกมีทั้งทุเรียน ลองกอง เงาะ ลำไย มังคุด มะไฟ และผักสวนครัวอีกมากมาย ซึ่งได้แรงบันดาลใจมาจากการไปดูสวนผลไม้ที่ จ.ระยอง และ จ.จันทบุรี และผลไม้ก็เป็นสิ่งที่ผู้บริโภคส่วนใหญ่ชอบทาน ผนวกกับตอนนั้นราคามันสำปะหลังตกต่ำ จึงได้หันมาทำสวนผลไม้เพื่อเป็นตัวอย่างให้เกษตรกรได้ลองปรับเปลี่ยนวิธีการปลูกพืชด้วย นั่นจึงเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้ซื้อต้นพันธุ์มาทดลองปลูก

      

image-3

 

วิธีการปลูกนั้นก็เหมือนกับการปลูกผลไม้อื่นๆ คือ ขุดหลุมขนาดความกว้าง 50 เซนติเมตร ลึก 50 เซนติเมตร ใช้ปุ๋ยหมัก 2 กิโลกรัมปูรองพื้นก่อนปลูก ผลไม้กลุ่มนี้จะให้ผลผลิตเมื่ออายุประมาณ 3-5 ปี รดน้ำเช้าเย็น แต่เมื่อต้นโตแล้วจะให้น้ำ 2 วัน 1 ครั้ง ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศ โดยใช้น้ำจากบ่อน้ำที่เก็บสำรองไว้ รดน้ำผ่านระบบสปริงเกอร์

 

image-9

 

สำหรับปีนี้ถือเป็นปีแรกที่ทุเรียนออกผลนอกฤดู ส่วนใหญ่ต้นทุเรียนหรือกิ่งที่ไม่ออกผลในปีที่ผ่านมาจะมาออกนอกฤดู ประกอบกับมีการบำรุงให้ปุ๋ยดีจึงทำให้ลูกใหญ่ ซึ่งทุเรียนหมอนทองที่ออกมานี้มีรสชาติอร่อย เนื้อหนา กรอบ เม็ดเล็ก หวานมันถูกใจผู้บริโภค ไม่แพ้ทุเรียนจากแหล่งผลิตภาคตะวันออก หรืออร่อยกว่าด้วยซ้ำ ขณะนี้ทยอยตัดขายไปบ้างแล้ว คาดว่าจะมีผลผลิตออกนอกฤดูไม่น้อยกว่า 500 กิโลกรัม ขายกิโลกรัมละ 120-150 บาท มีลูกค้าจองข้ามปีไว้หมดแล้ว ขณะนี้ทุกต้นกำลังออกดอกซึ่งจะเก็บผลผลิตได้ในช่วงเดือน ก.ค. โดยหนึ่งต้นจะมีทุเรียนไม่น้อยกว่า 100 ลูก คาดว่าจะมีผลผลิตไม่น้อยกว่า 2 ตัน สร้างรายได้ปีละ 2-3 แสนบาท

 

image

 

ด้านนางบัวสอน ชมตา อายุ 53 ปี หนึ่งในเจ้าของสวน “สอนสวัสดิ์” กล่าวว่า การจัดสวนผลไม้ของสวน “สอนสวัสดิ์” ทำเป็นระบบโดยยึดเอาหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาปรับใช้ในพื้นที่ โดยปลูกไม้ใช้สอยไม้ยืนต้นรอบสวน ไม่ทำลายป่าไม้ เช่น กล้วยน้ำว้า มะเขือพวง และผักสวนครัว อื่นๆ ที่กำลังเป็นที่ต้องการของตลาด และมีเจ้าหน้าที่เกษตรจังหวัดมาคอยให้คำแนะนำ ที่สำคัญคือ ไม่มีการใช้สารเคมี ฉะนั้นผลไม้ที่นี่จึงเป็นผลไม้ปลอดสารพิษ ผู้บริโภครับประทานได้อย่างสนิทใจ และทุกปีผลผลิตออกมาไม่พอขายจึงไม่มีขายส่งให้แม่ค้าคนกลาง เฉพาะขายที่สวนจากที่สั่งจองไว้ล่วงหน้าเป็นปี รวมทั้งขายให้คนในพื้นที่และผู้ที่เข้ามาศึกษาดูงานก็ไม่เพียงพอแล้ว

 

image-5

 

ขณะที่นายบุญถิ่น เดชสูงเนิน หัวหน้ากลุ่มส่งเสริมและพัฒนาการผลิต สำนักงานเกษตรจังหวัดนครราชสีมา กล่าวว่า ปีนี้ภัยแล้งค่อนข้างรุนแรง พืชไร่ นาข้าวได้รับผลกระทบเสียหายจำนวนมาก แต่เกษตรกรสวนผลไม้ใน อ.ครบุรี รู้จักปรับตัว และเตรียมแผนรองรับในการสำรองน้ำจึงไม่ได้รับผลกระทบมากนัก แต่ยอมรับว่าผลผลิตอาจลดลงบ้าง


image-6

 

จากข้อมูลพบว่า อ.ครบุรี มีเกษตรกรผู้ปลูกทุเรียนจำนวน 171 ราย ผลผลิตออกมาปีละกว่า 4,200 ตัน ส่งขายเฉพาะในจังหวัดนครราชสีมาก็ไม่เพียงพอต่อความต้องการของตลาด โดยผลผลิตออกมาในเดือน ก.ค. มีเพียงสวนของนายอนันต์เท่านั้นที่มีทุเรียนออกนอกฤดูทำให้ได้ราคาดี แต่ในปีแรกผลผลิตอาจออกมาไม่มากนัก คาดว่าปีต่อไปจะมีผลผลิตนอกฤดูจำนวนมากขึ้น ขณะนี้ได้ให้เจ้าหน้าที่เกษตรอำเภอลงไปแนะนำเกษตรกรในการดูแลพัฒนาผลผลิต โดยเฉพาะเทคนิคเร่งผลผลิตให้ออกนอกฤดูกาล เพื่อจะขายได้ราคาดีมากยิ่งขึ้น

 

แหล่งข้อมูลละและภาพประกอบ : ผู้จัดการออนไลน์

Comments

comments

แบ่งปัน

ไม่มีความคิดเห็น