แบ่งปัน

ช่วงวัยเด็กถือเป็นช่วงเวลาแห่งความสุขและเต็มไปด้วยเรื่องราวสนุกสนานมากมายของใครหลายๆ คน เพราะนอกจากเราไม่ต้องเก็บเรื่องอะไรมาคิดให้ปวดหัวแล้ว ยังสามารถใช้ชีวิตอย่างอิสระเสรีและเต็มที่ทุกครั้งที่เจอเพื่อนหรือไปโรงเรียนไปพร้อมๆ กับรองเท้า “นันยาง” ที่อยู่คู่กับการเดินทางของนักเรียนแทบทุกคนมากว่า 63 ปี ซึ่งวันนี้ได้กลับมาสร้างปรากฏการณ์สั่นสะเทือนวงการรองเท้าผ้าใบอีกครั้ง ภายใต้การนำทัพของทายาทรุ่น 3 ตระกูล “ซอโสตถิกุล” นั่นคือ คุณชัยพัชร์ ซอโสตถิกุล รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท นันยางอุตสาหกรรม จำกัด และคุณจักรพล จันทวิมล ผู้จัดการฝ่ายการตลาด บริษัท นันยางมาร์เก็ตติ้ง จำกัด

 

 

-advertisement-

 

 

จุดเริ่มต้นของรองเท้า “นันยาง”

แรกเริ่มเดิมทีนั้น “นันยาง” เคยเป็นสินค้าที่สั่งผลิตจากประเทศสิงคโปร์ ตั้งแต่ปี 2489 และได้รับการตอบรับที่ดีจากผู้บริโภคในสมัยนั้นเป็นอย่างมาก ต่อมาคุณวิชัย ซอโสตถิกุล ซึ่งเป็นคุณปู่ของคุณชัยพัชร์ และเป็นคุณตาของคุณจักรพงษ์ ก็มีความคิดที่จะตั้งโรงงานผลิตรองเท้านันยางในประเทศไทยโดยใช้แรงงานและวัตถุดิบจากประเทศไทย จึงได้เจรจาขอซื้อกรรมวิธีการผลิต และก่อตั้งเป็นบริษัทนันยางอุตสาหกรรมขึ้นมาในประเทศไทยช่วงปี 2496 และดำเนินธุรกิจจนมีชื่อเสียงส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่นมาจนถึงทุกวันนี้

 

CiHZjUdJ5HPNXJ92U7uvv4sqOSA7kwuMEw2

Credit : thairath

 

กว่าจะได้คุมหางเสือกิจการครอบครัวไม่ใช่เรื่องง่าย

หลายๆ คนอาจจะคิดว่าการรับช่วงต่อกิจการของครอบครัวเป็นเรื่องง่ายๆ แต่ความคิดนี้ใช้ไม่ได้เสมอไปกับตระกูล “ซอโสตถิกุล” เพราะก่อนที่ลูกหลานแต่ละคนจะเข้ามารับช่วงบริหารธุรกิจ “นันยาง” อย่างเต็มตัวนั้น ทุกคนจะต้องปฏิบัติตามกฎหรือที่เรียกว่า “สภาครอบครัว” หรือ “ธรรมนูญครอบครัว” โดยการเข้าไปทำงานกับบริษัทข้างนอกที่มีชื่อเสียงเป็นที่ยอมรับเป็นเวลา 3-5 ปี เพื่อเรียนรู้การบริหารงานและบริหารคนอย่างมืออาชีพ ก่อนจะกลับมาสานต่อธุรกิจที่บ้าน โดยเริ่มจากตำแหน่งเล็กๆ ค่อยๆ สะสมประสมการณ์ก่อนที่จะเติบใหญ่ในเก้าอี้บริหาร

 

IMG_0091_re2

Credit : brandbuffet

 

ปลุกตำนานรองเท้าวัยเก๋า

ปัจจุบันทายาทรุ่นที่ 3 กำลังจะเข้ามาสร้างตำนานบทใหม่กับปรากฏการณ์รองเท้านักเรียนหญิงให้ดังในชั่วข้ามคืน หลังเปิดตัวไปวันเดียวเท่านั้น รองเท้าใบสีขาวรูปทรงเรียวงาม “นันยาง ชูการ์” ก็สร้างกระเเสฮือฮาให้คนได้รู้จัก ฮิตถึงขนาดมีแฮชแท็กนันยางชูก้า ขึ้นเป็นเบอร์ 1 ของทวิตเตอร์ประเทศไทยเพียงชั่วข้ามคืน โดยมี คุณชัยพัชร์ ทำหน้าที่ควบคุมและดูแลการผลิต ขณะที่คุณจักรพล ดูแลการตลาดและคิดค้นนวัตกรรม เพื่อปลุกตำนานรองเท้านักเรียนวัยเก๋าที่มียอดขายมากกว่าปีละ 5 พันล้านบาทให้กลับมาโลดแล่นอีกครั้งภายใต้โจทย์ใหม่

 

mSQWlZdCq5b6ZLk3cCHrFfKOHQrervgA2

Credit : thairath

 

กลยุทธ์การบริหารงานของนักธุรกิจหนุ่มรุ่นใหม่

ด้วยการเติบโตในแวดวงธุรกิจอย่างค่อยเป็นค่อยไป สไตล์การบริหารของรุ่นที่ 3 จึงสอดคล้องกับปรัชญาขององค์กรที่ขยายธุรกิจอย่างมั่นคงและผสานเข้ากับการทำงานของคนรุ่นก่อนได้อย่างลงตัว โดยใช้ความคิดที่สดใหม่ของคนรุ่นใหม่เป็นตัวขับเคลื่อนองค์กร และใช้ความรอบคอบบวกกับประสบการณ์ของผู้ใหญ่รุ่นก่อนๆ มาคอยฉุดไม่ให้ก้าวเร็วจนพลาดพลั้งไป นอกจากนี้ ยังมีการนำเทคโนโลยีมาปรับใช้มากขึ้น เพื่อสร้างช่องทางการสื่อสารกับกลุ่มเป้าหมายโดยตรง และพัฒนาการผลิตรวมถึงการบริหารสต๊อกให้รวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากขึ้น ในขณะเดียวกันก็ยังคงต่อยอดสิ่งที่รุ่นก่อนวางรากฐานเอาไว้  พร้อมยึดมั่นในคุณภาพของสินค้าเพื่อผ่องถ่ายสู่ทายาทรุ่น 4 รุ่น 5 ต่อไป

 

1119

Credit : marketeer

 

อนาคตมองว่า “นันยาง” จะเติบโตไปในทิศทางไหน

นอกจากจะต้องการลบคำสบประมาทที่ใครๆ มักพูดว่า ธุรกิจครอบครัวที่ยิ่งใหญ่มักจะล่มสลายในรุ่นที่ 3 แล้ว ความตั้งใจสูงสุดในฐานะทายาทรุ่นที่ 3 นันยางคือการครองความเป็นเบอร์ 1 ตลาดรองเท้าผ้าใบสำหรับนักเรียน และคาดหวังว่าจะขับเคลื่อนนันยางให้เติบใหญ่อย่างยั่งยืนสู่องค์กรร้อยปี เพื่อบอกเล่าเรื่องราวของแบรนด์ได้อย่างโคคาโคล่า ซึ่งเป็นแบรนด์ระดับโลกที่มีอายุยืนยาวกว่า 130 ปี แต่คงไว้ซึ่งความสดใหม่ของแบรนด์สินค้าอยู่เสมอ

 

แหล่งข้อมูล : กรุงเทพธุรกิจ, ไทยรัฐมาร์เก็ตเทียร์ และ แบรนด์บุฟเฟ่ต์
ภาพประกอบ : brandbuffet, marketeer และ thairath

Comments

comments

แบ่งปัน

ไม่มีความคิดเห็น