นับเป็นปรากฏการณ์ที่ถูกพูดถึงอยู่ไม่น้อย กับกิจกรรมสุดฮิปที่จัดขึ้นพร้อมช่วงเทศกาลคริสต์มาสเมื่อปลายปีที่ผ่านมาอย่าง FaLaLa Market ตลาดนัดดนตรีและศิลปะที่มาพร้อมคอนเซปต์แสนเก๋และเท่ไม่เหมือนใคร ‘Food Art Love and Laugh’ สถานที่แฮงค์เอาท์แห่งใหม่ที่รวบรวมเอาร้านค้า ร้านอาหาร งานศิลปะ และดนตรีเข้าไว้ด้วยกันท่ามกลางบรรยากาศชิลล์ๆ ซึ่งทันทีที่จบงานก็มีเสียงเรียกร้องให้ FaLaLa Market กลับมาจัดอีกครั้ง … กระแสตอบรับดีอย่างนี้ เราก็เลยไม่พลาดที่จะไปพูดคุยกับผู้ที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของตลาดสุดชิคแห่งนี้ พวกเขาไม่ใช่ใครที่ไหนแต่เป็นกลุ่มนักธุรกิจหนุ่มสาวลูกหลานย่าโมนี่เอง บอกเลยว่า เขาและเธอเหล่านี้กำลังจะกลายเป็นคลื่นลูกใหม่ที่จะมาช่วยพัฒนาโคราชบ้านเรา

 

-advertisement-

IMG_3838

จุดเริ่มต้นของ FaLaLa Market
“จุดเริ่มต้นคือพวกเราส่วนใหญ่ได้รู้จักกันผ่านทางกลุ่ม YEC (Young Executive Chamber) ซึ่งเป็นโครงการหนึ่งของทางหอการค้าฯที่จัดขึ้นเพื่อให้กลุ่มนักธุรกิจรุ่นใหม่ของโคราชได้มารวมตัวกัน สร้างคอนเนกชั่นระหว่างกัน และสร้างความเคลื่อนไหวความเปลี่ยนแปลงในโคราช โดยทางกลุ่มจะมีการนัดประชุมเพื่อคิดโปรเจกต์ว่าจะทำอะไรบ้างในแต่ละเดือน ทีนี้มีอยู่หนึ่งโปรเจกต์ที่วางเป็นป็อบอัพกันเอาไว้ คือ Farmer Market เพราะเห็นทางกรุงเทพฯเขาทำกัน ก็เลยอยากจะทำอะไรแนวๆ นี้บ้างในโคราช ซึ่งนอกจากคนในกลุ่ม YEC แล้ว พวกเรายังได้ชวนเพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ ที่รู้จักกันมาร่วมทีมด้วย”

 

ที่มาของชื่อ FaLaLa Market
“หลังจากที่ฟอร์มทีมทำงานกันได้แล้ว ก็มานั่งคุยกันว่าจะจัดงานช่วงไหนดี สุดท้ายมาลงเอยที่วันคริสมาสต์ พวกเราจึงอยากจะได้ชื่องานที่เข้ากับธีมคริสมาสต์ พอดีมันมีเพลงคริสมาสต์อยู่เพลงหนึ่งชื่อ Fa La La ซึ่งมันตรงกับธีมงานและเทศกาล ก็เลยเอาชื่อเพลงนี้มาตั้งเป็นชื่องาน เพราะคำว่า Fa La La ของเราในที่นี่ยังสามารถนิยามได้ว่าเป็น Food Art Love and Laugh และพวกเราก็เห็นตรงกันว่าจะใช้ชื่อนี้เป็นชื่อตลาดแบบถาวรไปเลย”

 

IMG_3652
IMG_3788

 

แรงบันดาลใจที่ทำให้เกิด FaLaLa Market
“มันมาจากคำถามที่ว่าทำไมบ้านเราถึงไม่มีที่แฮงเอาท์เก๋ๆ เหมือนอย่างในกรุงเทพฯ ถ้าอย่างนั้นเราควรทำสถานที่แฮงค์เอาท์ใหม่ๆ ให้คนโคราชได้มาเดินเล่นกับเขาบ้างดีกว่าไหม ซึ่งวัตถุประสงค์ก็คือรวบรวมของกินหรือสินค้าแปลกๆ ใหม่ๆ มาไว้ในที่เดียว อีกอย่างก็คือเรื่อง art เพราะเราอยากให้คนที่อยู่ในโคราชได้มีพื้นที่แสดงฝีมือทางด้านศิลปะ อย่างงานครั้งที่ผ่านมาก็มีน้องๆ จากมหาวิทยาลัยเทคโนฯ นำเอาผลงานศิลปะของตัวเองมาจัดแสดงภายในตลาด นอกจากนี้ยังรวมไปถึงการสร้างบรรยากาศ love & laugh เพื่อให้คนที่มาเดินตลาดไปรับความสุขกลับไป”

 

กว่าจะเป็น FaLaLa Market
“พวกเราใช้เวลาประมาณ 6 เดือนกับการทำงานโปรเจกต์นี้ ช่วยกันระดมความคิด แชร์ประสบการณ์ความรู้ของแต่ละคนที่ได้ไปพบเจอมา และเก็บรวบรวมแต่ละอย่างเข้ามาเป็นองค์ประกอบให้กับงานนี้ และด้วยความที่แต่ละคนมีธุรกิจของตัวเองที่ต้องดูแล ก็เลยต้องใช้เวลาในช่วงเย็นหรือช่วงกลางคืนหลังเลิกงานมานั่งคุยงานกัน ซึ่งการทำงานของพวกเราจะแบ่งงานกันตามความถนัด ใครถนัดด้านไหนก็รับงานนั้นไป

“ส่วนที่ยากที่สุดก็คือเรื่องร้านที่จะมาออกบูธ ซึ่งเริ่มแรกเลยเรายังไม่ประกาศขายบูธ เพราะเราต้องการเลือกสินค้าที่จะเอาเข้ามาขายในตลาด ว่าจะต้องเป็นสินค้าที่แปลกใหม่จริงๆ ก็ยังคุยกันอยู่เลยว่าจะหาได้ยังไง เลยใช้วิธีนัดกันไปเดินตรงนู่นตรงนี้ มีนามบัตรจากกรุงเทพฯก็โทรไป แต่สุดท้ายจากที่เราเลือกมากเอง พอจำนวนร้านที่จะมาออกบูธไม่ตรงตามเป้าที่วางไว้ เราก็ค่อยๆ ปล่อยออกอากาศว่าเราขายบูธ พ่อค้าแม่ค้าคนไหนสนใจเข้ามาติดต่อได้ แต่การที่ติดต่อเข้ามาไม่ใช่ว่าเราจะเอามาทั้งหมดนะ เพราะเราก็ยังต้องการคัดเลือกร้าน เพื่อให้ตลาดของเราไม่ซ้ำใคร มีสินค้าดีไซน์อาร์ตๆ หรือสินค้าที่ไม่ค่อยเห็นในโคราช ซึ่งส่วนมากก็จะเป็นของที่เขาขายออนไลน์ที่ยังไม่มีหน้าร้าน หรือไม่ก็ของที่เพิ่งคิดค้นทำออกมา โดยส่วนใหญ่เราจะเน้นให้เป็นร้านของคนโคราช”

 

IMG_3758

 

ความคาดหวัง
“ตอนที่พวกเราติดต่อหาร้านค้ามาออกบูธที่ตลาด แม่ค้าบางคนถามว่า คิดว่าจะมีคนมาเดินตลาดสักกี่คน เราก็ตอบไปว่า 1,000 คน แล้วเขาก็ถามกลับมาอีกว่า 1,000 คนนี่กี่วัน เราก็ตอบว่า 3 วัน ซึ่งมันทำให้เขาลังเล แต่ด้วยความที่เราคิดแล้วว่า สถานที่จัดงานของเรามันไม่ได้ติดถนนใหญ่ และอีกอย่างมันเป็นงานแรกของพวกเรา ก็เลยคิดว่าได้แค่นี้ก็พอใจแล้ว”

 

ผลที่ได้รับ
“เป็นอะไรที่เกินคาดมากๆ เพราะอย่างที่บอก ว่าจุดเริ่มต้นมันมาจากความคิดที่ว่าทำไมโคราชบ้านเราถึงไม่มีที่แฮงค์เอาท์เก๋ๆ แบบในกรุงเทพฯกับเขาสักที ซึ่งถ้าจะรอให้ใครมาจัดเขาก็ไม่กล้ากัน เพราะเขาไม่อยากเจ็บตัว หรือไม่มั่นใจว่าตลาดจะเกิดไหม พวกเราจึงตัดสินใจลงมือทำกันเองกินกันเอง ก็เลยไม่ได้คาดหวังมากเท่าไร แต่พอได้เห็นผลตอบรับจากคนโคราช ก็ทำให้ได้รู้ว่ายังมีคนที่ชอบอะไรเหมือนๆ กับพวกเราอยู่”

 

L1001062 copy

 

ความประทับใจ
“ประทับใจทีมงาน รู้สึกภูมิใจในตัวทุกคนมากที่ช่วยงานกันดี เวลาคนนี้ว่างคนนี้ไม่ว่างก็ทำแทนกันได้ และอย่างที่ทราบว่าพวกเรามาจากหลากหลายอาชีพ แต่ละคนก็จะมีความถนัดในงานที่ต่างกัน พอมาอยู่ร่วมกันแล้วมันเป็นส่วนผสมที่ลงตัวมากๆ

“อีกเรื่องที่ประทับใจก็คือมีโอกาสใส่เสื้อ FaLaLa Market ไปเดินเดอะมอลล์แล้วไปต่อแถวซื้อของ มีเด็กคนหนึ่งสะกิดบอกแม่ของเขาว่า แม่เสื้อพี่คนนี้เหมือนเสื้อแม่เลย เราก็ไม่รู้หรอกเขาพูดถึงใคร แต่พอหันไปแล้วเขาก็มองเรา ก็เลยยิ้มให้แล้วถามว่าซื้อมาจาก FaLaLa Market หรือเปล่า เขาก็บอกว่าใช่ แล้วพูดต่อว่าคนเยอะนู่นนี่นั่น พอได้ยินอย่างนั้นเราก็ดีใจ แต่ไม่ได้บอกนะว่าเราเป็นใคร หรืออีกเคสคือไปเจอน้องคนหนึ่งเข้ามาทักแต่ไม่ได้มองหน้าเราเขามองที่เสื้อ แล้วก็ถามเกี่ยวกับเสื้อเกี่ยวกับงาน ซึ่งมันทำให้เรายิ้มได้ ทำให้รู้สึกภูมิใจว่าเวลาที่เราใส่เสื้อตัวนี้แล้วมีคนทัก เพราะทำให้เรารู้ว่ามีคนรู้จักและให้ความสนใจงานของเรา และเราเองก็รู้สึกดีใจที่ทำให้คนมีความสุข

“แต่ไม่ใช่แค่คนมาเดินงานนะ พ่อค้าแม่ค้าเองเขาก็แฮปปี้ บางคนเขาเป็นมือใหม่พอมาร่วมงานก็ทำให้ได้ฟีดแบ็กกลับไป ทำให้ลูกค้ารู้จักร้านเขามากขึ้น อันนี้เราก็ดีใจที่ FaLaLa Market ได้เป็นเหมือนเวทีให้เขาได้สร้างตัว บางคนก็ได้ยอดขายเยอะขึ้น และได้โปรโมทตัวเองด้วย  บางร้านหลังจากที่เขาได้มาออกบูธที่งานก็ทำให้ยอดสั่งซื้อเพิ่มมากขึ้น หรือมีคนมาชวนให้ไปเปิดร้านที่อื่น ทำให้เขามีรายได้เพิ่มขึ้นตามไปด้วย

“ที่ดีใจที่สุดก็คืองานครั้งนี้สามารถที่จะเปลี่ยนแปลงอะไรหลายๆ อย่างตอนแรกๆ ที่พวกเราหาร้านมาออกบูธ มีหลายร้านเหมือนกันที่ไม่มั่นใจและไม่ปฏิเสธกลับมา เพราะเขากลัว และไม่รู้ว่าตลาดจะดังหรือเปล่า บางร้านจองบูธไว้ก็จริงแต่ก่อนที่จะถึงวันจัดงานไม่กี่วันเขาก็มาขอยกเลิก เพราะไม่ชัวร์ว่าจะมีคนเดินมาเยอะหรือเปล่า แต่พองานจัดไปได้แค่วันเดียว เขาก็ in box มาหาเลยว่าอยากมาออกบูธ รอบหน้าขอจองไว้ก่อนเลยนะ”

 

IMG_4062

 

FaLaLa Market ครั้งต่อๆ ไป
“ตอนนี้เรามีแพลนที่จะจัด FaLaLa Market ครั้งที่ 2 ในวันที่ 19-21 กุมภาพันธ์นี้ โดยจะใช้ชื่องานในครั้งนี้ว่า ‘FaLaLa Back 2 Valentine … เพราะความรักไม่ได้มีแค่ครั้งเดียว’ สถานที่จัดงานก็คือเวนิสสแควร์เหมือนเดิม (แต่อาจไม่เหมือนเดิม) เพิ่มเติมคือความหวาน งานนี้บอกเลยว่ามีเซอร์ไพรส์ แต่จะเป็นอะไรนั้นให้ไปติดตามดูได้ที่งาน แต่ถ้าถามว่าจะจัดเป็นตลาดแบบถาวรเลยไหม อันนี้ก็ต้องฝากคนโคราชไว้ด้วยว่า ถ้ายังชอบอะไรอย่างนี้อยู่ พวกเราก็อยากจะทำให้คนโคราชได้มีที่ดีๆ ได้ช้อปปิ้ง ได้แฮงค์เอาท์ ได้มาพบปะสังสรรค์กัน ซึ่งที่พวกเราวางแผนกันไว้ก็น่าจะเป็นปีต่อปีมากกว่า จะดูจากคอนเซ็ปต์งาน ดูว่าอีเวนท์ไหนน่าสนใจแล้วเราถึงจะมาคิดอีกทีว่าจะทำหรือไม่ทำ”

 

ทิ้งท้าย
“อยากให้ทุกคนกล้าที่จะขยับตัวเองออกจากกรอบ กล้าที่จะสร้างความเปลี่ยนแปลง เหมือนอย่างที่พวกเราได้ทำให้เห็นแล้วว่า เมื่อเราขยับสิ่งใหม่ๆ ก็สามารถเกิดขึ้นได้ ซึ่งที่ผ่านมาพวกเราสัมผัสได้ว่าหลายๆ ร้านค้าอยากจะปรับอยากจะขยับแต่ยังคงไม่กล้า แต่วันนี้ FaLaLa Market ได้พิสูจน์ให้เห็นบ้างแล้วในระดับหนึ่ง ว่ามันมีหนทางเป็นไปได้ ฉะนั้นเมื่อไรที่คุณกล้าขยับ เมื่อนั้นเราจะได้เจอกัน … ขอแค่พวกเราขยับโลกก็เปลี่ยนได้

“สุดท้ายขอขอบคุณ คุณสุดที่รัก พันธ์สายเชื้อ และ คุณไพจิตร มานะศิลป์ ที่เอื้อเฟื้อสถานที่ในการจัดงานให้กับพวกเรา และสามารถติดตามผลงาน-ข่าวสารของพวกเราได้ในแฟนเพจ www.facebook.com/FalalaMarket”

 

IMG_4139

ทีม ‘ELF’ ผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จ FaLaLa Market

แอม – รุจิรดา   ม้าทอง (หจก.รวมทวีก่อสร้าง)
ชู – กรพฤฒ   ศรีมิ่งมงคลกุล (บจก.ตังนำเอ็คต้าโก)
แอม – กีรติ    ตีรถะจารุพงศ์ (หมู่บ้านนารายา สวนมะพร้าว)
สอง – พิพัฒน์   วัชรินทร์รัตน์ (หจก.สหธานีการโยธา)
อัญ – อัญคณา   ศรีมิ่งมงคลกุล (บจก.ตังนำเกษตร)
ฝน – จิตมณี   นิธิปรีชา (ร้านกาแฟ Me Style)
ฆ้อง – รวินวัฒน์   จารุกำเนิดกนก (ห้างทอง UHL อึ้งเฮงหลี)
มิกซ์ – สุทธินันท์   สกุลภิญโญ (โครงการบ้านใจรัก หัวทะเล)
เฟิร์ส – วงศกร   นิมมิต (SCG Homesolution แยกปักธงชัย – ชลรุ่งเรือง)
เจแปน – อัครากร   ตันดิลกตระกูล (บจก. ช.มิตรยนต์ 1993)
ฝน – สุภัสสร   เดชสัจจา (ป.เครื่องหมาย)
ชัย – วิชัย   เดชสัจจา (ป.เครื่องหมาย)
โอ๊ค – ณัฐวุฒิ   ม้าทอง (หจก.รวมทวีก่อสร้าง)
เปรียว – พรพิชญา   ตันดิลกตระกูล (บจก. ช.มิตรยนต์ 1993)

แบ่งปัน

ไม่มีความคิดเห็น