แบ่งปัน

แหล่งข่าวจากกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า กระทรงการคลังได้สรุป ร่างพ.ร.บ.ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ให้นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รมว.คลังพิจารณาแล้ว เพื่อส่งเรื่องให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบ โดยสาระสำคัญ คือ การกำหนดอัตราเพดานภาษีที่ดิน และสิ่งปลูกสร้างไว้ 4 ประเภท ประกอบด้วย

  • ภาษีที่ดิน เพื่อเกษตรกรรม อัตรา 0.2% ของราคาประเมิน
  • ภาษีที่ดิน เพื่ออยู่อาศัย อัตรา 0.3% ของราคาประเมิน
  • ภาษีที่ดิน เพื่อการพาณิชย์หรืออุตสาหกรรม อัตรา 1% ของราคาประเมิน
  • ภาษีที่ดิน รกร้างว่างเปล่าหรือไม่ได้ทำประโยชน์ ในช่วง 1-3 ปีแรก จะเก็บภาษี 1% ในช่วง 4-6 ปี เก็บเพิ่มเป็น 2% และปีที่ 7 เป็นต้นไป เสียภาษี 3% โดยจะเริ่มเก็บตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 2560

อย่างไรก็ตาม การจัดเก็บภาษี 3 ประเภทแรก จะกำหนดในพระราชกฤษฎีกาจัดเก็บอัตราเป็นขั้นบันไดตามราคาประเมิน เริ่มจาก…

  • ภาษีที่ดิน เพื่อเกษตรกรรม กรณีมูลค่าไม่เกิน 2 ล้านบาท เก็บภาษี 0.01% หรือคิดเป็นภาษีที่ต้องจ่าย 200 บาท/ปี และมูลค่า 100 ล้านบาทขึ้นไป เก็บภาษี 0.1% หรือคิดเป็นเงินภาษีที่จ่าย 5.63 หมื่นบาท/ปี
  • ภาษีที่ดิน เพื่ออยู่อาศัย จะเริ่มที่มูลค่าไม่เกิน 2 ล้านบาท เก็บภาษี 0.03% หรือคิดเป็นภาษีที่จ่าย 600 บาท/ปี ไล่ไปจนถึงบ้านราคา 100 ล้านบาทขึ้นไป เก็บภาษี 0.2% หรือคิดเป็นเงินภาษีที่ต้องจ่าย 6.39 หมื่นบาท/ปี
  • ภาษีที่ดิน เพื่อการพาณิชย์หรืออุตสาหกรรม จะเริ่มที่มูลค่าไม่เกิน 2 ล้านบาท เก็บภาษี 0.1% คิดเป็นภาษีที่ต้องจ่าย 2,000 บาท/ปี ไปจนถึงมูลค่า 1,000 ล้านบาทขึ้นไป เสียภาษี 0.6% หรือคิดเป็นภาษีที่ต้องจ่าย 4.35 ล้านบาท/ปี

นอกจากนี้ จะมีการออกมาตรการเพื่อบรรเทาภาระภาษี ในกรณีที่เป็นที่อยู่อาศัยจะลดอัตราการจัดเก็บภาษีให้เหลือครึ่งหนึ่งของภาษีที่ต้องชำระเป็นเวลา 3 ปี ในกรณีที่ผู้เสียภาษีอาศัยมาเกิน 15 ปี และมีรายได้น้อย แต่ได้รับผลกระทบจากการราคาประเมินที่ดินเพิ่มสูงขึ้นจากการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของรัฐบาล

-advertisement-

ทั้งนี้ การออกกฎหมายจัดเก็บ ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ครั้งนี้ กระทรวงการคลังประเมินว่า ในระยะ 3 ปีแรก ที่มีการบรรเทาผลกระทบดังกล่าว คลังจะเก็บภาษีได้ปีละ 8.2 หมื่นล้านบาท และตั้งแต่ปีที่ 4 เป็นต้นไป จะเก็บภาษีได้ 9.7 หมื่นล้านบาท โดยการเก็บภาษีจะกระตุ้นให้มีการใช้ประโยชน์ที่ดินมากขึ้น โดยเฉพาะที่ดินที่เป็นที่รกร้างว่างเปล่า เพราะจะต้องเสียภาษีในอัตราที่สูงมาก

 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก : มติชนออนไลน์
ภาพประกอบ : money.kapook.com

Comments

comments

แบ่งปัน

ไม่มีความคิดเห็น